หางสั้น ปลายหางค่อนข้างมน และมุมหางตัด หัวไม่มีขนคลุม ตัวเต็มวัยในขณะบินด้านบนลำตัวออกสีดำ ขนกลางปีกสีเทา หลังตอนท้ายและตะโพกสีขาว ขนคลุมขนปีกด้านล่างสีขาว ตัดกับสีของขนปีกที่เป็นสีดำ และด้านล่างลำตัวซึ่งออกเป็นสีดำ คอมีขนล้อมรอบเป็นปุยสีขาว ขาอ่อนมีขนสีขาวปกคลุม จะเห็นชัดในขณะที่บิน แต่เวลายืนตามปกติมักมองไม่เห็น
มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย และจีนด้านตะวันตะเฉียงใต้ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พยในพม่า ไทย และอินโดจีน มักพบตามทุ่งนา ทุ่งหญ้า และป่าชนิดต่างๆ ตั้งแต่ระดับพื้นราบจนกระทั่งความสูง 1,600 เมตร จากระดับน้ำทะเล
ซากสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะซากสุนัขที่รถยนต์ทับตาบแล้วนำไปทิ้งกลางทุ่งนา
มีกิจกรรมต่าง ๆ และหากินในเวลากลางวัน มักพบเป็นฝูงใหญ่ และบางครั้งพบรวมอยู่กับพญาแร้ง ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นชนิดเดียวกัน โดยที่หญาแร้งเป็นหัวหน้าของฝูงแร้ง ทั้งๆ ที่พญาแร้งมีขนาดเล็กกว่า อีแร้งเทาหลังขาวเล็กน้อย แต่มีลักษณะที่เด่นกว่า และมักพบเพียง 2 - 3 ตัวในฝูงอีแร้งเทาหลังขาว อาจพบบินร่อนเป็นวงกลมกลางอากาศในระดับที่สูงมาก บางครั้งก็เกาะตามกิ่งไม้แห้งและชอบเกาะตามกิ่งหรือใบของต้นตาลมาก บางคร้งก็ยืนอยู่บนพื้นดิน
สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์
ผสมพันธุ์ในฤดูหนาว หรือระหว่างเดือนตุลาคม - มีนาคม ทำรังบนต้นไม้สูง โดยเฉพาะต้นตาล ทำรังแบบง่าย ๆ ในแต่ละรังมีไข่ฟองเดียว ระยะเวลาฟักไข่ประมาณ 45 วัน
เป็นนกที่มีขนาดใหญ่ ประมาณ 87 - 89 เซนติเมตร
แก้ไขข้อมูล ณ วันที่ 06 เมษายน 2560